dBTechnologies VIO L212

SKU : dBTechnologies VIO L212

฿480,000

จำนวน

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

ลำโพง Active Line Array 3 ทาง 1800 W

รายการโปรด
รายละเอียดสินค้า
Specifications
ดาวน์โหลด
dBTechnologies VIO L212
ลำโพง Active Line Array 3 ทาง 1800 W
 

dBTechnologies VIO L212 ลำโพง Active Line Array 3 ทาง 1800 W

สเปกหลัก

  • โมดูลลำโพงไลน์อาเรย์แอคทีฟแบบ 3 ทาง
  • แอมพลิฟายเออร์ DIGIPRO® G4 กำลัง 3,200W RMS
  • ระดับเสียงสูงสุด 142 dB MAX SPL
  • ช่วงความถี่ที่ใช้งานได้ [-6 dB]: 55 – 18,600 Hz
  • รองรับ Dante และ A2NET
  • HF: 2 × 1.4 นิ้ว, วอยซ์คอยล์ 3 นิ้ว – นีโอไดเมียม
  • MF: 4 × 6.5 นิ้ว, วอยซ์คอยล์ 2 นิ้ว – นีโอไดเมียม
  • LF: 2 × 12 นิ้ว, วอยซ์คอยล์ 3 นิ้ว – นีโอไดเมียม

เหมาะสำหรับ: คอนเสิร์ตขนาดใหญ่, ดนตรีสด / Live Performance, Outdoor / สนาม / พื้นที่ขนาดใหญ่, Festival / Event ขนาดใหญ่, โรงละคร / Auditorium ขนาดใหญ่, Touring / Concert Tour, ระบบ PA Professional / Large Sound Reinforcement, ระบบ Line Array สำหรับผู้ชมจำนวนมาก

จุดสำคัญ : VIO L212 ไม่ใช่ลำโพง PA ทั่วไปที่เน้นตั้งเดี่ยว ๆ แต่ถูกออกแบบมาให้ นำหลายโมดูลมาแขวน/จัดเรียงเป็น Line Array เพื่อรองรับงานขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

*เช็ค Stock และราคากับเจ้าหน้าที่ก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

เช็ค Stock และราคากับเจ้าหน้าที่ :  Audiovideomed     Audiovideomed

 

VIO L212 ลำโพง Active Line Array 3 ทาง 1800 W

3D View

ส่วนประกอบระดับพรีเมียมภายใต้การออกแบบอะคูสติกที่เป็นเอกลักษณ์
VIO L212 เป็นโมดูลลำโพงไลน์อาเรย์แอคทีฟแบบ 3 ทาง ซึ่งติดตั้งส่วนประกอบนีโอไดเมียมทั้งหมด ประกอบด้วยวูฟเฟอร์ขนาด 12 นิ้ว จำนวน 2 ตัว (วอยซ์คอยล์ 3 นิ้ว) ติดตั้งอยู่บริเวณด้านข้างในรูปแบบ Dipolar ช่วยให้ตอบสนองต่อทรานเชียนต์ได้อย่างแม่นยำ พร้อมการถ่ายทอดเสียงย่านความถี่ต่ำที่ลงได้ลึกและควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนของย่านความถี่กลางติดตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของตู้ลำโพงในรูปแบบ Horn-loaded ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางอะคูสติกของระบบอย่างมาก โดยย่านเสียงกลางถ่ายทอดผ่านวูฟเฟอร์ขนาด 6.5 นิ้ว จำนวน 4 ตัว (วอยซ์คอยล์ 2 นิ้ว)

ขณะที่ไดรเวอร์เสียงแหลมแบบ Compression Driver นีโอไดเมียมขนาด 1.4 นิ้ว จำนวน 2 ตัว (วอยซ์คอยล์ 3 นิ้ว) ติดตั้งเข้ากับ Waveguide ซึ่งช่วยสร้างหน้าคลื่นเสียงรูปทรงกระบอก ส่งผลให้ระบบมีความชัดเจนของเสียงและสามารถส่งเสียงได้ไกลยิ่งขึ้น

แอมพลิฟายเออร์คลาส D พร้อมแหล่งจ่ายไฟแบบ Full-Range และระบบ PFC
ชุดขับเสียงของ VIO L212 แต่ละชุดทำงานด้วยแอมพลิฟายเออร์ Digipro G4® Class-D ขนาด 1,600W จำนวน 2 ตัว ทำให้แต่ละระบบมีกำลังรวม 3,200W RMS

แหล่งจ่ายไฟแบบ Switching Mode มาพร้อมระบบ PFC (Power Factor Corrector) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบอย่างมาก ทำให้ประสิทธิภาพของแอมพลิฟายเออร์มีความเสถียรและสม่ำเสมอ ไม่ว่าคุณภาพของไฟบ้านหรือแรงดันไฟฟ้าจะมีความผันผวนมากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานได้ทั่วโลก โดยแหล่งจ่ายไฟรองรับแรงดันตั้งแต่ 90V ถึง 265V, 50/60Hz และช่วยลดการใช้พลังงาน

แหล่งจ่ายไฟยังสามารถทนต่อแรงดัน 380V ได้ โดยในกรณีที่เกิดแรงดันไฟฟ้า 380V เข้าสู่ระบบโดยไม่ตั้งใจ แอมพลิฟายเออร์จะถูกปิดการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อวงจรแอมพลิฟายเออร์

เทคโนโลยี IPOS
เทคโนโลยีเฉพาะของแอมพลิฟายเออร์ VIO L212 คือ IPOS (Intelligent Power-On Sequence) ซึ่งเป็นวงจรที่ควบคุมลำดับการจ่ายไฟหลักให้กับอุปกรณ์ทั้งหมดภายในระบบไลน์อาเรย์

ด้วยระบบนี้ โมดูลแต่ละตัวจะเปิดทำงานในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ช่วยควบคุม กระแสไฟกระชากขณะเปิดเครื่อง (Inrush Current) ของระบบโดยรวมให้อยู่ในระดับต่ำ แม้จะเป็นการติดตั้งระบบ PA ขนาดใหญ่มากก็ตาม

ส่วน Preamplifier มาพร้อมช่องแบบ Modular Slot สำหรับติดตั้งการ์ดขยายเพิ่มเติม

โดยมาตรฐาน VIO S218 ติดตั้งการ์ด dBTechnologies RD-Net มาให้ เพื่อรองรับการควบคุมจากระยะไกลแบบเรียลไทม์ผ่านซอฟต์แวร์ Aurora Net

รองรับ Audinate Dante
Preamplifier รองรับการอัปเกรดในอนาคตด้วยโปรโตคอล Audinate Dante™ AoIP สำหรับการส่งสัญญาณเสียงผ่านเครือข่าย

เพื่อช่วยผู้ใช้ในการตั้งค่าระบบ VIO L212 มาพร้อมเทคโนโลยีในตัว ได้แก่ เซ็นเซอร์ Near Field Communication (NFC™) ซึ่งใช้ระบุตำแหน่งของลำโพงแต่ละตู้ภายในระบบ Line Array เทคโนโลยีนี้ทำงานร่วมกับ ไฟ LED ความสว่างสูง ที่ด้านหน้าตู้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจดจำ ระบุ และจับคู่ตำแหน่งทางกายภาพของลำโพงแต่ละตู้กับตำแหน่งบนซอฟต์แวร์ควบคุมระยะไกล Aurora Net

แอมพลิฟายเออร์ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำ System Test เพื่อตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์และไดรเวอร์ก่อนและหลังการใช้งาน รวมถึงสามารถตรวจสอบ ค่าอิมพีแดนซ์แบบเรียลไทม์ ระบบนี้ช่วยให้มั่นใจได้ถึงความน่าเชื่อถือระดับงานทัวร์คอนเสิร์ต พร้อมความสามารถในการตรวจสอบและควบคุมสถานะของระบบ PA ทั้งหมดจากระยะไกล

การออกแบบ Floating Audio Input ของ Preamplifier ช่วยให้เกิดการแยกทางไฟฟ้าแบบดิจิทัลระหว่าง กราวด์ไฟฟ้าจากระบบไฟบ้าน และ กราวด์สัญญาณเสียง ที่เข้าสู่แผงวงจร Preamplifier การแยกแบบ Galvanic Isolation นี้ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อสัญญาณรบกวน รวมถึงช่วยลดเสียงฮัมและเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์

พอร์ต USB รองรับการอัปเกรดเฟิร์มแวร์และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบระบบ โดยสามารถดาวน์โหลดข้อมูล Telemetry เกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานและความผิดปกติหรือข้อขัดข้องของระบบได้

ระบบ Rigging อัจฉริยะ และรองรับการใช้งานร่วมกับ VIO L210 ได้อย่างสมบูรณ์
เช่นเดียวกับระบบขนาดเล็กในตระกูล VIO รุ่น L212 มาพร้อมระบบ Rigging แบบ 3 จุด อันเป็นเอกลักษณ์ของ VIO ช่วยให้การติดตั้งระบบทำได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น

จุดเชื่อมต่อด้านหน้าทั้ง 2 จุด สามารถเชื่อมต่อโมดูลเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดายในทุกมุม ส่วนจุด Rigging ตรงกลางด้านหลังติดตั้งด้วยข้อต่อแบบตะขอ เพื่อกำหนดมุม Splay Angle ระหว่างตู้ตามค่าที่กำหนดจากซอฟต์แวร์ Prediction โดยสามารถปรับได้ตั้งแต่ 0.5° ถึง 8°

เมื่อยก Line Array ขึ้น ระบบ Rigging จะล็อกตู้แต่ละใบให้อยู่ตามมุมที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงยกหรือปรับมุมของตู้ด้วยตนเอง

สามารถตั้งค่า Splay Angle ได้โดยตรงบนรถเข็นสำหรับขนส่ง DT-VIOL212 ซึ่งสามารถรองรับโมดูลได้ 4 ใบ รถเข็นรุ่นเดียวกันนี้ยังสามารถใช้เป็นฐานที่มั่นคงสำหรับการติดตั้งแบบ Stacked Configuration โดยใช้อุปกรณ์เสริมชุดขา EFK-1

นอกจากนี้ยังมี DO-VIOL212 ซึ่งเป็น Wheel-Board สำหรับติดตั้งกับลำโพง 1 โมดูล ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายตู้สำรอง

Flying Frame รุ่น DRK-212 ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ VIO L212 มาพร้อมตะขอ 2 จุด ช่วยให้สามารถปรับความเอียงของ Line Array ได้อย่างแม่นยำ ทั้งในมุม บวกและมุมลบ

DT-DRK212 เป็นรถเข็นสำหรับขนส่งและจัดเก็บ Flying Frame ได้สูงสุด 2 ชุด พร้อมสายเคเบิลหลายเส้น

อะแดปเตอร์ TF-VIO2 ช่วยให้สามารถติดตั้งลำโพง VIO L210 เป็นลำโพง Down-Fill ใต้ระบบ VIO L212 ได้ ทำให้สามารถสร้างระบบแบบ Hybrid ที่ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์

ตู้ลำโพง VIO L212 ผลิตจาก ไม้อัด (Plywood) เสริมความแข็งแรงและเคลือบผิวด้วย Black Polyurea พร้อมมือจับด้านข้างข้างละ 2 จุด และมี Rain Cover แบบยางพร้อมแม่เหล็ก สำหรับป้องกันโมดูลแอมพลิฟายเออร์

ทีมงาน dBTechnologies สามารถควบคุมน้ำหนักรวมของตู้ไว้ที่เพียง 52.9 กก. (116.62 ปอนด์) ซึ่งช่วยให้การขนส่งและจัดเก็บทำได้ง่ายขึ้น และช่วยลดต้นทุนในการขนย้ายระบบโดยรวมได้อย่างมาก
 

 

 

คะแนนและรีวิวสินค้า
ยังไม่มีคะแนนและรีวิว เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้