dBTechnologies VIO L1610

SKU : dBTechnologies VIO L1610

฿420,000

จำนวน

คำอธิบายสินค้าแบบย่อ

ลำโพง Active Line Array ขนาด 2X10 นิ้ว 3 ทาง 3200 W

รายการโปรด
รายละเอียดสินค้า
Specifications
ดาวน์โหลด
dBTechnologies VIO L1610
ลำโพง Active Line Array ขนาด 2X10 นิ้ว 3 ทาง 3200 W
 

dBTechnologies VIO L1610 ลำโพง Active Line Array ขนาด 2X10 นิ้ว 3 ทาง 3200 W

สเปกหลัก

  • โมดูลลำโพงไลน์อาเรย์แอคทีฟแบบ 3 ทาง
  • แอมพลิฟายเออร์ DIGIPRO® G4 กำลัง 1,600W RMS
  • ระดับเสียงสูงสุด 141 dB MAX SPL
  • ช่วงความถี่ที่ใช้งานได้ [-6 dB]: 60 Hz – 17 kHz
  • รองรับ Dante และ A2NET
  • MF/HF: 1 × 1.4 นิ้ว (ทางออกแบบ Coaxial)
  • MF/HF: 4 นิ้ว / วอยซ์คอยล์ 2.5 นิ้ว – นีโอไดเมียม
  • LF: 2 × 10 นิ้ว, วอยซ์คอยล์ 2.5 นิ้ว – นีโอไดเมียม

เหมาะสำหรับ: คอนเสิร์ต / Live Performance, ดนตรีสด, Event ขนาดกลาง–ใหญ่, Outdoor / Festival, โรงละคร / Auditorium, Touring / Concert Tour, ระบบ PA Professional, งานที่ต้องการ Coverage กว้างและพลังเสียงสูง

จุดสำคัญ : VIO L1610 เป็นระบบ 3-Way ใช้ Woofer 10" จำนวน 2 ดอก และออกแบบให้ใช้เป็น Main PA แบบ Line Array ได้ รวมถึงสามารถใช้เป็น Downfill สำหรับ VIO L212 ในระบบขนาดใหญ่ได้ด้วย

*เช็ค Stock และราคากับเจ้าหน้าที่ก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

เช็ค Stock และราคากับเจ้าหน้าที่ :  Audiovideomed     Audiovideomed

 

VIO L1610 ลำโพง Active Line Array ขนาด 2X10 นิ้ว 3 ทาง 3200 W

3D View

ระบบ 3 ทางพร้อมการออกแบบที่สมมาตร
VIO L1610 เป็นระบบลำโพงไลน์อาเรย์แอคทีฟแบบ 3 ทาง ซึ่งติดตั้งส่วนประกอบนีโอไดเมียมทั้งหมด ประกอบด้วยวูฟเฟอร์ขนาด 10 นิ้ว จำนวน 2 ตัว (วอยซ์คอยล์ 2.5 นิ้ว) ให้การถ่ายทอดเสียงย่านความถี่ต่ำได้อย่างครอบคลุม ทำงานร่วมกับไดรเวอร์โคแอกเซียลนีโอไดเมียม (ย่าน MF ขนาด 4 นิ้ว และไดรเวอร์ Compression ย่าน HF วอยซ์คอยล์ 2.5 นิ้ว) ซึ่งติดตั้งอยู่บน Waveguide ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ

การออกแบบระบบอะคูสติกแบบโคแอกเซียลที่มีความสมมาตรและเป็นเอกลักษณ์นี้ ช่วยให้การตอบสนองต่อทรานเชียนต์มีความแม่นยำสูง ส่งผลให้ VIO L1610 สามารถถ่ายทอดเสียงได้อย่างละเอียดและสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ ไดรเวอร์โคแอกเซียลยังช่วยให้การถ่ายทอดเสียงย่านความถี่ต่ำของย่าน MF ทำได้อย่างครอบคลุม พร้อมทั้งให้ความสอดคล้องของเสียงนอกแกน (Off-Axis) ได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงได้รับประโยชน์จากการกระจายเสียงโดยตรงของวูฟเฟอร์ ซึ่งช่วยเพิ่ม Headroom ของระบบให้ดียิ่งขึ้น

ความเข้ากันได้กับระบบ VIO Series
เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นในตระกูล VIO รุ่น VIO L1610 ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความสามารถในการใช้งานร่วมกันระหว่างระบบ VIO อย่างสมบูรณ์

ด้วยประสิทธิภาพด้านเสียงที่โดดเด่น ทำให้ VIO L1610 เป็นระบบ Main PA ที่มีขนาดกะทัดรัดแต่ทรงพลัง อีกทั้งการออกแบบทั้งด้านอะคูสติกและโครงสร้างทางกลยังทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็น Down-Fill สำหรับระบบขนาดใหญ่ VIO L212

อะแดปเตอร์ TF-VIO2 ช่วยให้สามารถติดตั้งโมดูล VIO L1610 ใต้ระบบ VIO L212 ได้อย่างง่ายดาย

รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายอย่างสมบูรณ์
โมดูลแอมพลิฟายเออร์ Digipro G4 ของ VIO L1610 มาพร้อมช่อง Modular Slot สำหรับติดตั้งการ์ดขยาย โดยมาตรฐาน VIO L1610 ติดตั้งการ์ด dBTechnologies RD-Net มาให้ เพื่อรองรับการควบคุมจากระยะไกลแบบเรียลไทม์ผ่านซอฟต์แวร์ Aurora Net

นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการอัปเกรดด้วยโปรโตคอล Audinate Dante™ สำหรับการส่งสัญญาณเสียงดิจิทัล รวมถึงการควบคุมระบบแบบเรียลไทม์

เพื่อรองรับการทำงานด้านเครือข่าย ตู้ลำโพง VIO L1610 แต่ละตู้ติดตั้งระบบ Near Field Communication (NFC™) และไฟ LED ด้านหน้า ซึ่งช่วยให้สามารถระบุลำโพงแต่ละโมดูลบนซอฟต์แวร์ควบคุมระยะไกล Aurora Net ได้อย่างง่ายดาย

เทคโนโลยีแอมพลิฟายเออร์ขั้นสูงสุด
ชุดขับเสียงของ VIO L1610 แต่ละชุดทำงานด้วยโมดูลแอมพลิฟายเออร์ Digipro G4® Class-D กำลัง 1,600W RMS พร้อมเทคโนโลยีแอมพลิฟายเออร์ขั้นสูงของ dBTechnologies

ระบบใช้การประมวลผลแบบ Low Latency ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำงานด้วย DSP ประสิทธิภาพสูง พร้อม FIR Filters แบบ Linear Phase

ส่วนควบคุมบนตัวเครื่องประกอบด้วย Rotary Encoder จำนวน 2 ตัว สำหรับเลือก Preset ของ DSP ในส่วนของ Speaker Coupling และการชดเชยย่านความถี่สูง (High Frequencies Compensation)

แอมพลิฟายเออร์ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถทดสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์และไดรเวอร์ได้ ก่อน ระหว่าง และหลังการใช้งาน ช่วยให้สามารถตรวจสอบสถานะของระบบ PA ทั้งหมดแบบเรียลไทม์ และเพิ่มความน่าเชื่อถือในการใช้งานระดับงานทัวร์คอนเสิร์ต

ระบบ Rigging อัจฉริยะของ VIO
VIO L1610 มาพร้อมระบบ Rigging แบบ 3 จุด อันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ VIO ช่วยให้การติดตั้งระบบทำได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น

จุดเชื่อมต่อด้านหน้า 2 จุดช่วยให้สามารถเชื่อมต่อโมดูลเข้าด้วยกันได้อย่างง่ายดาย ส่วนจุด Rigging ตรงกลางด้านหลังติดตั้งข้อต่อแบบวงแหวน (Ring Type Link) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดมุม Splay Angle ระหว่างตู้ได้ตั้งแต่ 1° ถึง 10° โดยใช้สลักเพียง 1 ตัว

สามารถตั้งค่า Splay Angle ได้โดยตรงบนรถเข็นสำหรับขนส่ง DT-VIOL210L ซึ่งรองรับโมดูลได้ 4 ใบ

เมื่อยก Line Array ขึ้น ระบบ Rigging จะล็อกมุมที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงยกหรือปรับมุมของตู้ด้วยตนเอง

ส่วน Flying Frame DRK-210 ช่วยให้การแขวนและยกระบบทำได้อย่างสะดวกและราบรื่น


 


คะแนนและรีวิวสินค้า
ยังไม่มีคะแนนและรีวิว เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้